โปรดทราบ

ร่วมแจ้งข่าวสารต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน "เมืองแกลงนิวส์" ได้ที่ muangklangnews@gmail.com เพื่อที่กองบรรณาธิการข่าวจะได้พิจารณานำเผยแพร่ต่อไป

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ล้่างป่าช้าสมาคมพุทธศาสตร์ฯ เมืองแกลง ปลายปี ๕๕ เดินหน้า..ยึดหลักว่าความจริงคือกุศล..การเมืองไม่ทำระคาย

ภาพงานล้างป่าช้าเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๒ ที่เมืองแกลง
       วันจันทร์ที่ ๒๒ สิงหาคมนี้ เวลา ๑๓.๓๐ น.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้เดินทางมาพบปะพูดคุยและให้กำลังใจคณะกรรมการสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ อำเภอแกลง กรณีที่ทางสมาคมฯ ได้รับเอาศพไร้ญาติจากจังหวัดชุมพรจำนวน ๑๖๕ ร่างมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อเตรียมที่จะบำเพ็ญกุศลให้ในพิธีล้างป่าช้ามหากุศลในปลายปี ๒๕๕๕ แต่ได้ถูกนำไปผูกโยงกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองอย่างน่าเสียใจ

พิธีล้างป่าช้าก่อนปีพ.ศ.๒๕๐๙ ที่โรงเจแห่งแรกในเมืองแกลง
       ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับคณะกรรมการสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ อ.แกลง จ.ระยอง ว่า การประชุมดังกล่าว เพื่อให้กำลังใจกับผู้บริหารของสมาคมฯ เพราะทราบว่า ดำเนินการอย่างถูกต้อง ชัดเจนและโปร่งใส สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ทุกขั้นตอน รวมถึงที่มาที่ไปของศพ เมื่อดูหลักฐานต่างๆ แล้ว เชื่อว่าประเด็นเรื่อง ๑๖๕ ศพ ที่ระยองจะจบลงเร็วๆ นี้ และไม่ส่งผลกระทบต่อพิธีทำบุญล้างป่าช้าของสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕


คณะกรรมการสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์
ติดตามข่าวร่วมกัน


นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง
เดินทางมาร่วมพูดคุยให้กำลังใจกับคณะกรรมการสมาคมฯ 
       อนึ่ง พิธีล้างป่าช้าของสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ อำเภอแกลงได้ดำเนินการมาตั้งแต่ครั้งที่ยังมีที่ทำการหรือโรงเจอยู่ที่เดิม บนถนนสุนทรโวหาร บริเวณที่เคยเป็นโรงเรียนเรืองศุข
เก่า เมื่อก่อนปีพ.ศ.๒๕๐๙  ครั้นเมื่อย้ายมาอยู่ในสถานทีปัจจุบัน ก็ได้มีพิธีล้างป่าช้าอีกครั้งหนึ่งในปีพ.ศ.๒๕๒๒  ซึ่งในครั้งนั้นจัดพิธีอยู่นานถึง ๔๙ วันโดยในระหว่างการจัดงาน พี่น้องชาวเมืองแกลง และผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก นอกจากจะได้ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์เพื่อให้การจัดงานสำเร็จลุล่วงไปได้แล้ว ยังได้ร่วมกันออกไปเชิญร่างอันไร้วิญญาณตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาบำเพ็ญกุศลให้อย่างสมเกียรติอีกด้วย  ด้วยเชื่อว่าการช่วยเหลือศพไร้ญาติเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปฝังยังสุสานของสมาคมฯ ที่ตำบลทุ่งควายกิน และในแต่ละปี ในเทศกาลเช็งเม้ง ก็จะมีพิธีเซ่นไหว้ศพไร้ญาติที่สุสานรวมนี้จนเป็นประเพณีสืบต่อกันเรื่อยมา เช่นเดียวกับสมาคมพุทธศาสตร์สาขาอื่น ๆ ที่กระจายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ กว่าสามสิบสาขาในขณะนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เนื่องจากบล็อกนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมเรื่องราวการดำเนินงานของเทศบาล โปรดให้ข้อสังเกต คำแนะนำ หรือเติมเต็มองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเมืองต่อไป